www.watkrangsichon.org

18 เมษายน, 2014

หลักสูตรใหม่ยิ่งปฏิรูปยิ่งเลอะ "อ.สธน"ชี้ควบ"วิทย์-คณิต"ฉุดเด็กไทยเรียนสายแข็งหนักกว่าเดิม 

อาจารย์ฟิสิกส์ จุฬาฯ ห่วง "หลักสูตรใหม่" ของ ศธ.ยิ่งปฏิรูปยิ่งแย่ ชี้ควบรวม "วิชาคณิต-วิทย์" เป็นวิชาเดียวกัน เท่ากับส่งเสริมให้เด็กไทยที่เรียนสายวิทย์อ่อนอยู่แล้ว...

ปวกเปียกหนักกว่าเดิมเพราะต้องลดชั่วโมงเรียนลง ชี้ส่งผลวงกว้างในอนาคตแน่ ย้ำเพิ่มเรียนนอกห้องต้องระบุให้ชัดว่าเรียนอะไร เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองต้องควักกระเป๋าเพิ่ม ขณะที่ "ภาวิช" แจง ยังให้ความสำคัญ เพียงเปลี่ยนวิธีให้เด็กเรียนรู้เองนอกห้องเรียนเท่านั้น 

นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อยู่ในช่วงปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีการลดกลุ่มสาระการเรียนรู้จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหลือ 6 กลุ่มการเรียนรู้ โดยหนึ่งในกลุ่มการเรียนรู้ใหม่มีการรวมวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการเรียนการสอนหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานทั้งหมด เพราะการรวมกลุ่มสาระวิชาดังกล่าวเข้าด้วยกันหลักสูตรการเรียน หมายถึงต้องลดจำนวนชั่วโมงเรียนในชั้นเรียนลงด้วย เท่ากับเป็นการยิ่งลดระดับความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ลงไปอีก เนื่องจากระดับคุณภาพของเด็กไทยในทั้ง 2 วิชาอ่อนอยู่แล้ว และอาจจะกระทบเป็นวงกว้างในอนาคต โดยแนวคิดดังกล่าวสวนทางกับแนวความคิดที่จะพัฒนาเด็กไทยในด้านนี้ ซึ่งรัฐบาลเคยประกาศก่อนหน้านี้ 

“ไม่มีประเทศไหนรวมทั้ง 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้เข้าด้วยกัน ซึ่งหากรวมแล้วคาดว่าจำนวนชั่วโมงเรียนจะลดลงกว่า 20-70% หรือถ้ารวมกันจริงจะต้องกำหนดให้มากกว่ารายวิชาอื่น นอกจากนี้ การลดชั่วโมงเรียนในห้องเรียนในระดับประถมศึกษาจาก 800 ชั่วโมงต่อปี เหลือ 600 ชั่วโมงต่อปี และให้เรียนนอกห้องเรียน 400 ชั่วโมงต่อปีนั้น ก็ต้องระบุให้ชัดเจนด้วยว่าการเรียนนอกห้องเรียนคืออะไร เพราะอาจเป็นการเรียนที่เปิดช่องให้โรงเรียนจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน แล้วอาจต้องทำให้ผู้ปกครองต้องจ่ายเงินเพื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น หรือการผลักภาระไปให้ผู้ปกครองมากขึ้น” นายสธนกล่าว 

นางนวลวรรณ สุนทรภิษัช รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ทั้ง 2 วิชาดังกล่าวไม่ควรจะถูกรวมเป็นกลุ่มสาระเดียว ควรให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน เพราะถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่จะนำไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 

ขณะที่ ศ.พิเศษภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชี้แจงว่า ปัจจุบันมีองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นมาก การจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้เด็กเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นครูต้องปรับความคิดใหม่โดยสอนเฉพาะความรู้พื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งจะกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้และต่อยอด ดังนั้นการควบรวมจึงไม่ได้หมายความว่าเราให้ความสำคัญต่อกลุ่มสาระวิทย์-คณิตนั้นลดลง แต่กลับเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ ส่วนจำนวนชั่วโมงเรียนในภาพรวมจะลดลงทุกกลุ่มสาระ ไม่ใช่แค่สาระวิทย์-คณิตเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างการนำร่องหลักสูตรใหม่จะเปิดช่องให้เกิดการทำประชาพิจารณ์ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพื้นฐานให้ดีมากยิ่งขึ้น ก่อนจะปรับใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศ รวมถึงการปฏิรูปตำราเรียนก็เช่นกัน.


ที่มา ไทยโพสต์